INVERTER

Add Comment
INVERTER



     อินเวอร์เตอร์ (Inverter) คือระบบที่ควบคุมการปรับอากาศ ให้เป็นอย่างราบเรียบ และคงที่ด้วยการปรับเปลี่ยนรอบการหมุนของคอมเพรสเซอร์ โดยการเปลี่ยนความถี่ของกระแสไฟที่จ่ายให้กับมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์แทนการทำงานแบบ ติด-ดับ-ติด-ดับ ในเครื่องปรับอากาศแบบเก่า ทำให้ระบบ Inverter สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำมากขึ้น และที่สำคัญ คือ ประหยัดการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ ให้ทำงานปรับอุณหภูมิ ควบคุมความชื้น ควบคุมความเย็น ให้ทำงานได้โดยอัตโนมัติ โดยใช้คำสั่งจากโมโครคอมพิวเตอร์


ระบบอินเวอร์เตอร์ INVERTER ดียังไง

     ในการทำงานของระบบ หลังจากที่เดินระบบให้แอร์คอนดิชั่นเนอร์ทำงานแล้ว ไมโครคอมพิวเตอร์ก็จะทำการตรวจสอบอุณหภูมิโดนทันที แล้วเลือกการทำงานเองว่าจะทำงานอย่างไรโดยการประมวลผลคำสั่งจากที่เราสั่ง การทำงานให้แอร์คอนจากรีโมทคอนโทรน ทำการตรวจสอบ และเลือกการทำงานเองว่าจะทำอย่างไร จะทำความเย็น จะไล่ระบบความชื้นในห้อง หรือ ฯลฯ ได้โดยอัตโนมัติ โดยขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละยี่ห้อนั้นๆ ว่ามีเซนเซอร์ใช้ตรวจสอบการทำ งานอะไรบ้าง


ประหยัดไฟได้อย่างไร 

     เพราะว่าผลจากการทำงานของระบบอิน เวอร์เตอร์ มีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิโดยตรงภายในห้องต่อมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ทำให้ไมโครคอมสั่งการเปลี่ยนความถี่ของไฟฟ้าที่ป้อนให้กับมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์อยู่ตลอดเวลา มีผลทำให้ความเร็วรอบของมอเตอร์ลดลง ส่งผลให้ปริมาตรการดูดน้ำยาลดลง การรกินไฟของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้เราสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ แม่ว่ามอเตอร์จะทำงานอยู่ก็ตามแต่ก็เป็นการทำงานตามคำสั่งของไมโคร คอมพิวเตอร์ที่ควบคุมความถี่ของไฟฟ้าเท่านั้น


ต่างกับระบบเดิมตรงไหน

     นอกจากการทำงานจะสามารถทำให้เราประหยัดไฟฟ้าได้แล้วดังที่กล่าวข้างต้นแม้ว่า การทำงานของคอมเพรสเซอร์จะทำงานอยู่ตลอดเวลาด้วยความเร็วรอบที่ช้าลงอันเป็น ผลจากการควบคุมความถี่ไฟฟ้าจากการทำงานโดยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ชึ่งเป็นผลจากการประมวลผลของไมโครคอมพิวเตอร์ และก็ธรรมดาที่อุปกรณ์ภายในตัวคอมเพรสเซอร์ชนิดนี้ย่อมแตกต่างจากคอมแบบเดิม ไปบ้างด้วยหลักการดังกล่าว โดยที่ระบบเดิมใช้การควบคุมการทำงานโดยการควบคุมแบบเทอร์โมสตั๊ด ควบคุมการทำงานของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ และทำงานด้วยความถี่ไฟฟ้าเดียวตลอด ทำให้การกินกระแสไฟฟ้ามากตามไปด้วย ซึ่งแตกต่างจากระบบอินเวอร์เตอร์ที่มีการกินของกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงตาม ความถี่ของไฟฟ้า โดยการควบคุมการทำงานของไมโครคอมพิวส์เตอร์ที่ใช้ในการควบคุมความถี่ไฟฟ้า และสามารถทำให้เราประหยัดไฟฟ้าได้ ด้วยหลักการทำงานดังกล่าว


คุณสมบัติเด่น แอร์บ้าน ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter


1. ประหยัดไฟกว่า 20 -30 % เนื่องจากระบบคอมเพรสเซอร์ทำงานลดรอบ (ความถี่) หลักการทำงาน เช่น แอร์บ้าน 12000 BTU พอห้องเย็นตามอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ ระบบจะลดรอบการทำงานลงจะทำความเย็น อยู่ที่ 3000 BTU เท่านั้น เป็นการประหยัดไฟมาก

2. เย็นเร็วทันใจ ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter ตอนเปิดเครื่องแรกๆ คอมเพรสเซอร์จะทำงานในรอบสูงสุด คือเท่าคอมย็นที่ 110% เช่น แอร์บ้าน ขนาด 12000 BTU จะทำความเย็นสูงสุดประมาณ 13500 BTU จะทำให้ห้องเย็นเร็วทันใจกว่า

3. รักษาอุณหภูมิห้องได้คงที่ การที่ระบบ อินเวอร์เตอร์ Inverter ทำงานต่อเนื่องโดยการเพิ่มหรือลดรอบการทำงานคอมเพรสเซอร์ไม่มีหยุดเป็นช่วงๆ ทำให้อุณหภูมิจะนิ่งมาก รักษาอุณหภูมิได้คงที่กว่าไม่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนระบบ แอร์บ้านธรรมดา

4. เสียงของเครื่องทำงานเงียบกว่า เนื่องจากคอมเพลสเซอร์มีการลดรอบการทำงาน ดั้งนั้นตอนที่ห้องเย็นดีแล้วคอล์ยเย็นและระบบฉีดน้ำยาจะลดเสียงการทำงานทำให้เสียงที่เกิดขึ้นเงียบกว่า แอร์บ้าน รุ่นธรรมดา 

5. อากาศสดชื่นกว่า เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ระบบรุ่นธรรมดา เวลาคอมเพรสเซอร์ตัด อากาศในห้องจะมีกลิ่นอับชื้น แต่ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter คอมเพรสเซอร์ไม่ตัดจะเป็นการลดรอบความเย็น จะไม่มีกลิ่นอับชื้น ทำให้อากาศสดชื่นตลอดการใช้งาน  

6. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับน้ำยาตัวใหม่ R410A ไม่ทำลายชั้นโอโซชั้นบรรยากาศเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบนี้ ปี 2555 จะมีข้อบังคับในการใช้น้ำยาตัวใหม่ R410A สำหรับแอร์บ้านทุกเครื่อง ดั้งนั้นจะพูดได้ว่า แอร์บ้าน ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter เป็นแอร์อนาคต ที่ผู้บริโภคเลือกแล้วได้ประโยชน์คุ้มสุด



หมายเหตุ การตัดและเริ่มสตาร์ทของคอมเพรสเซอร์สำหรับแอร์บ้าน ระบบธรรมดา ช่วงออกตัวจะกินไฟสูงกว่าถึง 200 - 300 %

การเปรียบเทียบค่าไฟระหว่าง ระบบ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) กับ ระบบธรรมดา ประหยัดกว่า 20-30%




หมายเหตุ ระบบอินเวอร์เตอร์ ตัวคอมเพรสเซอร์ ลดรอบ เพิ่มรอบ เองโดยอัตโนมัติ เหมื่อนตัวอย่างในตาราง เช่น รุ่น 9000 BTU ลดรอบทำความเย็นต่ำสุด 2700 BTU รอบสปีดทำความเย็นสูงสุด 10900 BTU ทำให้ประหยัดไฟยิ่งกว่า


   

ปัญหาแอร์เสียงดัง เกิดจากอะไร?

Add Comment
ปัญหาแอร์เสียงดัง เกิดจากอะไร?



     หน้าร้อนแบบนี้หลายคนก็คงต้องหวังพึ่งแอร์ เพื่อทำให้อากาศภายในบ้านสดชื่น เเต่พอเปิดใช้งาน จู่ๆเกิดมีเสียงประหลาดๆดังออกมาจากแอร์ซะงั้น ก็ต้องมาหาที่มาของเสียงนั้น ซึ่งอันที่จริงแล้วการที่แอร์บ้านมีเสียงขึ้นมาได้นั้นมีอยู่หลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุ ดังต่อไปนี้ 


1. แอร์มีเสียงดังเนื่องจากคอยล์เย็นเสื่อมสภาพ ในแอร์นั้นจะมีพัดลมตัวใหญ่ที่จะคอยทำหน้าที่ดูด-เป่าอากาศภายในห้อง ซึ่งภายในพัดลมนั้นก็จะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า ตลับลูกปืนพัดลมหรือแบริ่งมอเตอร์ หากชิ้นส่วนนี้เกิดการเสื่อมสภาพ หรือจารบีที่ใส่ไว้ในตลับลูกปืนแห้ง ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังในขณะที่พัดลมแอร์กำลังทำงานนั่นเอง แอร์ที่ใช้งานมานานก็ต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน

2. ถ้าหากเป็นแอร์ที่เก่ามากๆ อาจเกิดเสียงดังเวลาทำงานเนื่องจากโครงสร้างผิดรูป เกิดช่องว่างระหว่างตัวอุปกรณ์ หรือช่องว่างระหว่างตัวแอร์กับผนังที่ติดตั้ง ทำให้เวลาแอร์ทำงานก็จะเกิดอาการสั่นสะเทือน ซึ่งทำให้เกิดเสียงรบกวนได้


3. แอร์มีเสียดังเพราะมีฝุ่นเข้าไปเกาะสะสมมาก เพราะหากเราไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นเวลานาน ทำให้อุปกรณ์ภายในนั้นมีฝุ่นเข้าไปจับตามส่วนต่างๆ นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์เกิดเสียงขณะทำงานเช่นกัน หรือหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวแอร์(ส่วนใหญ่จะเป็นมดหรือแมลงต่างๆ) จนมอเตอร์ทำงานไม่สะดวก ก็ทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน


4. แอร์เกิดเสียงดังจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน หากเรามีการจ้างช่างแอร์เข้ามาติดตั้งแอร์ในบ้าน หรือมีการถอดชิ้นส่วนของแอร์มาเพื่อทำการล้าง แต่ด้วยการที่ช่างอาจจะขาดประสบการณ์ ทำให้การติดตั้งหรือประกอบแอร์กลับเข้าไปไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียงดังขึ้นได้


5. แอร์มีเสียงดังเนื่องจากขันน็อตยึดคอมเพรสเซอร์ไม่แน่น บางครั้งเสียงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากตัวเครื่องปรับอากาศโดยตรง แต่มาจากเครื่องคอมเพรสเซอร์ที่เราติดตั้งเอาไว้ดูดอากาศร้อนออกไปภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเกิดมาจากคุณภาพการประกอบติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน


6. ลูกยางรองคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ก็คือพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ ที่เวลาทำงานก็จะหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนได้ยาก ดังนั้น หากส่วนของลูกยางที่ทำหน้าที่รองรับแรงสั่นสะเทือนของพัดลมคอมเพรสเซอร์เกิดเสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะจากภาวะอากาศหรือปัจจัยอื่นๆ อาจเกิดได้ง่าย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกบ้าน ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน


7. โครงที่วางคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ นอกจากลูกยางแล้ว หากโครงเหล็กที่เราใช้วางคอมเพรสเซอร์เกิดการเสื่อมสภาพ น๊อตหลวม หรือติดตั้งเข้ากับกำแพง ฯลฯ เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงานก็จะเกิดเสียงดังเช่นกัน


8. ใบพัดลมคอมเพรสเซอร์แตก หากเรามีการใช้งานตัวแอร์และคอมเพรสเซอร์มาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องตรวจเช็คคุณภาพของพัดลมในอุปกรณ์ด้วย เพราะอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเวลาแอร์ทำงาน ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนได้เช่นกัน



วิธีแก้ปัญหาแอร์มีเสียงดัง



- เลือกใช้บริการติดตั้ง ซ่อมดูแล และล้างเครื่องปรับอากาศจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานในการทำงาน

- เลือกพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ดี เนื่องจากคอมเพรสเซอร์จะต้องติดตั้งภายนอกอาคาร จึงอาจพิจารณาให้มีที่กั้นกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง

- ดูแลรักษาแอร์แบบพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง การตรวจท่อเช็คน้ำยาแอร์ หรือการล้างแอร์ทุกๆ 3 เดือน และต้องตรวจเช็คคอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมนอกจากตัวแอร์ที่ติดตั้งในห้องด้วย 

        ถ้าแอร์เกิดมีเสียงดัง อย่าปล่อยไว้เป็นปัญหาเรื้อรัง ควรรีบแก้ใข ถ้าแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ก็เรียกช่างมาดูให้ เนื่องจากแอร์ที่ทำงานได้เย็นเร็วและเงียบ ก็คือหนึ่งในปัจจัยแห่งความสุขที่จำเป็นสำหรับบ้านทุกๆ คนเสมอ


ขอบคุณข้อมูลจาก : วิชาการ.คอม  

ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศ

Add Comment

ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศ


     เราควรทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้า เพราะส่วนมากเป็นประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ เเอร์ 50-80 เปอร์เซ็นต์ เครื่องปรับอากาศ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูง ควรจะศึกษาทำความเข้าใจเพื่อตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ แอร์บ้าน ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และไม่เกินความจำเป็น


การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

Add Comment

การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ





     เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานจึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ มีข้อแนะนำโดยทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศดังนี้

1. หมั่นตรวจสอบ และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแฟนคอยล์ยูนิต ทุก 2 สัปดาห์

2. แผงคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนควรทำความสะอาด 3-6 เดือนต่อครั้ง

3. มอเตอร์พัดลมทั้งแฟนคอยล์ยูนิตและคอนเด็นซิ่งยูนิต ต้องมีการตรวจเช็คทุก 6 เดือนและ ทำการหล่อลื่นโดยการอัดจาระบีหรือหยอดน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ

4. ตรวจดูถาดน้ำทิ้ง ทำความสะอาดเพื่อให้การไหลของน้ำทิ้งเป็นไปอย่างสมบูรณ์

5. ตรวจดููทิศทางลมเข้าออกของแฟนคอยล์ยูนิต ต้องไม่มีวัสดุปิดขวางทางลม

6. ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนท่อน้ำยาที่ต่อระหว่างคอนเด็นซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต

7. ตรวจสอบหน้าต่างและประตูว่ามีรูรั่วทำให้อากาศร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคารหรือไม่

8. ติดต่อช่างบริการที่เชื่อถือได้เพื่อตรวจสอบเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง